05 December 2009

Long Live The Great King






" ทรงพระเจริญ "





.

03 December 2009

Bangkok Jazz Radio

ผมไม่รู้หรอกว่า เว็บไซต์นี้เปิดตัวมานานแค่ไหน และไม่รู้ว่าได้อัพเดตบ้างไหม หรือว่าเป็นเว็บตายไปแล้ว ฯลฯ ที่มาที่ไปที่ไปเปิดเจอเว็บนี้ เพราะนึกขึ้นได้ว่าเดือนนี้จะมีวงดนตรีที่ชอบวงหนึ่ง คือ Swing Out Sister มาเปิดคอนเสิร์ตเมืองไทย (วันที่ 19 ธันวาคมนี้ ที่สนามเสือป่า)
ลองเสิร์ชหารายละเอียดว่าพวกเขาจะมาวันไหน อะไร ยังไง ใครจัด ราคาบัตร และรูปแบบงาน ก็เลยลองพิมพ์ไปเรื่อย ใช้คีย์เวิร์ดอะไรบ้างจำไม่ได้ละ รู้แต่มี 'สนามเสือป่า' แน่นอน
ก็เลยกระเด็นมาที่เว็บ Bangkok Jazz Festival http://www.bangkokjazzfestival.com/ ซึ่งก็คืองานดนตรีแจ๊สที่มีเบียร์ยี่ห้อนั้นแหละ เป็นหัวเรือใหญ่ จัดมาหลายงานที่เราท่านรู้จักกันดี ผมเองเคยมีโอกาสไปชมดนตรีแจ๊สที่สนามเสือป่าปีแรก ชอบมาก บรรยากาศเหมือนไปปิ๊กนิกฟังดนตรี ต่างหอบอาหาร ไวน์ เบียร์ ไปฟังดนตรี ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย
เขียนมาตั้งนาน ก็แค่จะบอกว่า พอเปิดเว็บไซต์นี้ขึ้นมา ก็จะตามมาด้วยเสียงดนตรีแจ๊สเพราะๆ ทีแรกก็นึกว่าเป็นแค่คลิปเสียงแบล็คกราวน์ของเว็บไซต์นี้เท่านั้น ...ดูดีๆ ก็ไม่สิ... ขวามือบนของเว็บไซต์เขามีกรอบๆ หนึ่ง เป็น Bangkok Jazz Radio กันเลยทีเดียว หลายท่านอาจะเคยฟัง หรือฟังจนเบื่อจนเลิกฟังแล้ว แต่สำหรับผม เพิ่งพบเว็บนี้ และเพิ่งจะปลื้มมมมม! เพลงแจ๊สดีๆ ของวิทยุบางกอกแจ๊สนี้มากมาย แถมไม่มีโฆษณาขั้นให้สะดุดหู
รับรองว่าหาไม่ได้ตามคลื่นวิทยุเมืองไทยแน่นอน ปกติก็ต้องไปหาตามวิทยุอินเตอร์เน็ต ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่สำคัญที่สุดคือเวลาเป็นวิทยุต่างประเทศ เน็ตก็ควรแรง ไม่งั้นก็ดับๆ ติดๆ - พอมาฟังวิทยุบางกอกแจ๊ส ก็แทบจะไม่ต้องรอโหลด เพราะมาให้ฟังทันที เข้าใจว่าเขาเปิดเพลงเป็น playlist แต่จะเป็นเพลงวนหรืออะไรก็ตามเหอะ การที่มีเพลงดีๆ ให้ฟังกันง่ายๆ แบบนี้ รู้สึกดีจัง จะได้ไม่ต้องฟังแต่เค-ป๊อป แพทเทิร์นเดียวเหมือนทุกวันนี้
ต้องขอบคุณเบียร์ไฮเนเก้น ที่สร้างสรรค์อะไรเจริญหูให้ฟังกัน (รวมทั้งท่านผู้มีส่วนในการสร้างสรรค์ BJRท่านอื่นๆ ด้วยครับ)
แล้วก็ให้คิดถึงคุณแสงชัย สุนทรวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชน ผู้ล่วงลับ ที่เป็นผู้บุกเบิกให้มีคลื่นวิทยุดนตรีคลาสสิกเป็นครั้งแรก รวมทั้งรายการทีวี (ช่อง 9) ดีๆ หลายๆ รายการ ไม่ใช่กลับไปเป็นโมเดิร์นไนน์ ทีวีช่องที่กำลังบ้าบอไปเรื่อยๆ (รู้สึกเคืองที่เอารายการ 'ตาสว่าง' ออกไป แล้วเอารายการ seed อะไรสักอย่าง ดูชื่อรายการก็รู้แล้วว่าเป็นรายการวัยรุ่นทั่วไปรายการหนึ่ง

บอกหลายครั้งแล้วว่า รสนิยมดีๆ มันซื้อหากันไม่ได้จริงๆ

01 December 2009

Omotesando Illumination 2009

หัวค่ำที่ผ่านมา มีพิธีเปิดไฟถนนโอโมเตซางโดะ อย่างเป็นทางการ ชื่อ Omotesando Illumination Bell Symphony ประดับไฟ LED (หลอดประหยัดไฟ) กว่า 300,000 ดวง ตั้งแต่ศาลเจ้าเมอิจิ จิงกุ ไปจนถึงถนนอาโอยามะ รวมความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ปกติถนนแถวนั้นก็สว่าง และสวยอยู่แล้ว (เคยไปเมื่อคืนวันที่ 30 ธันวาคม แม้จะเงียบฉี่ และโอโมเตซางโดะฮิลล์จะยังไม่เปิด) ก็สว่างไสว และดูโรแมนติก ตอนนี้คงไม่ค่อยโรแมนติก เพราะคนไปเที่ยวคงมหาศาล!
ตามข่าวว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ที่ถนนสายนี้จะสว่างไสวไปด้วยไฟประดับถนน นอกจากจะมีหลอดประหยัดไฟ ก็ยังมีระฆังประดับประดา พร้อมด้วยดนตรีพิเศษสำหรับเทศกาลความสุข ที่จะเริ่มส่องสว่างตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ไปจนถึง 10 มกราคม (ก็พอดีช้อปปิ้งของเซลล์กันต่อเลย) ใครผ่านไปแถวโตเกียว อย่ามัวแต่ช้อปปิ้ง แวะไปดูเทศกาลน่ารักๆ แบบนี้กันดีกว่า
ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่นครับ ซอรี่) http://www.omotesando.or.jp/bellsymphony/
ไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าจำกันได้ ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่เมืองโกเบ เขาก็ได้จัดให้มีงานแสดงดวงไฟ Kobe Luminarie เป็นประจำมาจนถึงวันนี้ และถือว่าเป็นเทศกาลดวงไฟ ที่สวย และยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ปีนี้ก็เช่นกันครับ เริ่มส่องสว่างกันตั้งแต่วันที่ 3 - 14 ธันวาคมนี้เท่านั้น งานที่โกเบ จัดไม่นาน แต่เน้นๆ เต็มๆ

เว็บไซต์ที่ผมเคยเขียนถึงเทศกาลนี้ http://veraphol.spaces.live.com/blog/cns!9F19219C7E9C3CC3!2898.entry

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ http://www.kobe-luminarie.jp/


สำหรับผม งานหลัง ดูจะมีความพิเศษมากสำหรับผมที่เดียวครับ เห็นทุกครั้ง ก็ทั้งมีความสุข และเศร้าเคล้ากันไป ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลืมภาพวันเก่า และเรื่องราวดีๆ ก็เหมือนกับแสงไฟของโกเบ อิลลูมิเนชั่น แต่ละดวงที่เปรียบเสมือนวิญญาณของผู้เสียชีวิตในแผ่นดินไหว และความทรงจำ ณ ที่แห่งนั้น

ที่จะคงอยู่ตลอดไป...

19 November 2009

ความรักของพ่อ

ไม่ได้อัพเดตมาหลายเพลา วันนี้อดใจไม่ได้เลยรีบรื้อค้นแล้วโพสต์ก่อนจะลืมและขี้เกียจโพสต์

หลายท่านคงเคยชมแล้วบนรถไฟฟ้าบีทีเอส ผมก็เคยชมหลายครั้ง แต่ก็ผ่านๆ ไป ไม่ได้ตั้งใจชม จนเมื่อครู่ระหว่างทางกลับบ้าน ก็ได้ฟังอย่างตั้งใจพอควร (แต่ไม่ได้ดู) กลับสะดุดหู และรู้สึกว่า จะเพราะกว่าเพลงที่แต่งเพื่อเทิดทูน 'พ่อ' และ 'พ่อหลวง' ที่เคยฟังมา ..จริงๆ หลายๆ เพลงที่ผ่านมาก็เพราะนะครับ แต่เพลงนี้เพราะจริงๆ

เพราะเนื้อความไม่ได้เทิดทูนเฉพาะพ่อหลวงของชาวไทย ทว่าคือ 'พ่อ' ของทุกๆ คนครับ

ชมและฟังแล้ว คงรัก 'พ่อ' กันมากขึ้น ไม่ทำตัวเป็นลูกมีปัญหาที่บอกว่ารักพ่อ แต่ก็ช่วยกันทำให้พ่อไม่สบายกายและใจเช่นทุกวันนี้ครับ ซ้ำร้าย ยังไม่เห็นมีใคร หรือลูกคนไหนหยุดที่จะอ้าง 'พ่อ' และคำพ่อ มาทะเลาะเบาะแว้งกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม


เพลง 'ความรักของพ่อ' เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'คนไทยหัวใจภักดี' http://www.khonthaihuajaipakdee.com/ โดยวง SmallRoom นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในช่วงนี้ ไปจนถึงวันที่ 5 ธันวาคม ตามอ่านรายละเอียดกิจกรรมโครงการ และดาวน์โหลดเพลงความรักของพ่อได้ในเว็บไซด์ข้างต้น



เพลง ความรักของพ่อ

ศิลปิน SmallRoom


ตอนเล็ก ๆ เคยสงสัย ว่าทำไม พ่อยอมอดทนทุกอย่าง
ต้องเหนื่อยกว่าใครในบ้าน

เดินจูงมือ คอยสั่งสอน เป็นดวงดาวที่ส่องนำทางให้เรา
จะสุขจะทุกข์เคียงข้าง

* ยังจำครั้งหนึ่งเคยถาม ถ้อยคำที่ตอบ หนึ่งคำชัดเจนทุกอย่าง
นั่นคือคำว่ารัก

** เพราะว่ารัก จึงทำได้ทุกอย่าง ไม่คิดว่ามันลำบาก
แค่นี้ก็ยังไม่อาจเทียบเศษหนึ่งของพ่อหลวง
ที่ทรงห่วงชาวไทย เป็นหมื่นเป็นล้าน
แค่เพียงให้เรามีสุข นี่คือความรักของพ่อ

ทำให้รู้ ทำให้เห็น ถ้าลูกคิดจะเป็นผู้นำครอบครัว ทุกอย่างให้ดูท่านไว้
มีทุกข์ร้าย เรื่องรุมเร้า มรสุมกระหน่ำครอบครัวของเรา
ท่านยืนอยู่เป็นร่มเงา

(ซ้ำ *, **)

เพราะว่ารัก จึงทำได้ทุกอย่าง ไม่คิดว่ามันลำบาก
แค่นี้ก็ยังไม่อาจเทียบเศษหนึ่งของพ่อหลวง
ที่ทรงห่วงชาวไทย เป็นหมื่นเป็นล้าน
แค่เพียงให้เรามีสุข ยิ่งทำให้ลูกมีสุขแค่ไหน
ใจท่านก็เป็นสุข นี่คือความรักของพ่อ

29 October 2009

Life after BB


บอกกับใครต่อใครว่า ไม่คิดใช้ Blackberry ด้วยความที่ไม่ชอบของใหญ่ (หมายถึงโทรศัพท์มือถือน่ะ) ที่สำคัญ 'รุงรัง' คือเต็มไปด้วยสารพัดปุ่ม น่าเวียนหัว อันที่อยากใช้จริงๆ คือ iPhone ดูน่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผมมากกว่า คือเล่นเกม มัลติมีเดีย และโทรศัพท์ แม้จะใหญ่ แต่ก็บาง (ว่าไปนั่น)
ที่ใช้เป็นประจำก็คือ Nokia เปลี่ยนไปใช้อะไรต่อมิอะไร สุดท้ายก็ต้องมาจบที่โนเกียเจ้าเก่า คิดไปเองว่าคงเพราะเราชินกับความง่ายของมัน และมันก็ดันทำขึ้นมาให้ใช้ง่าย เลยทำอะไรก็ง่ายและชินไปหมด อย่างพิมพ์ข้อความยาวๆ ใน facebook เป็นต้น จนทำให้หลายคนงงว่า ทำไมพิมพ์ข้อความได้เร็ว และอัพเฟสบุ๊คบ่อยขนาดนั้น? ไม่ได้ใช้ bb แน่นะ?
คืองี้ครับ ผมสมัครแพ็กเกจเอาไว้ คือ 150 บาท ได้ sms 300 ข้อความ mms 30 ข้อความ และ gprs 30 ชั่วโมง ก็เหลือเฟือกับการเล่น fb อย่างเมามันในแต่ละเดือน และการจิ้มกดอักษรจากปุ่ม ก็ทำมาตั้งแต่การส่ง sms และจัดการข้อมูลต่างๆ ในชีวิตประจำวันลงในมือถือ ก็เลยทำให้พิมพ์มาก จนชิน ก็แค่นั้น!! ชีวิตผมก็เลยไม่ต้องง้อ bb
วันหนึ่ง ได้รับความกรุณาจากโนเกีย เป็น 5530 XpressMusic มาแทนของเดิม N79 ที่ใช้และรักมากจนหน้าจอแตกยับเยิน พอมาใช้ทัชสกรีนของโนเกียก็เลิฟเลย เพียงหน้าจอมันเล็กไปหน่อยสำหรับการเป็นมือถือระบบสัมผัส เพราะมันทำให้ไอค่อนเล็กตามไปด้วย จิ้มไม่ค่อยถนัด ต้องใช้สไตลัสจิ้มเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เลิฟนะ จิ้มแล้วแม่น กดแล้วถูก อะไรต่างๆ ดูสมูทไปหมด ไม่เหมือนตอนที่เคยใช้มือถือปราด้า กะอีกยี่ห้อหนึ่ง หงุดหงิดรมณ์เสีย เวลาจะรีบโทร
ใช้ 5530 XpressMusic มาเพลินๆ สักพัก เจ้านายของผมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดว่าทำไมไอ้นี่ยังจิ้มๆ หน้าจออยู่ได้ เดี๋ยวนี้เขาใช้ bb กันแล้วนะ ไอ้เราก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ในใจก็คิดโน่นนี่ไปตามประสา
แล้วสายวันหนึ่ง เจ้านายก็โทรเข้า 5530 XM เครื่องโปรด (และกำลังชินกับระบบสัมผัส) บอกว่าให้เปลี่ยนโปรมือถือโดยเร็ว "เอ๊ะ! อะไร!" อีกสักพักนายก็เข้ามาที่ออฟฟิต แล้วก็ยื่น bb Bold มาให้ นัยว่าเป็นของขวัญวันเกิดละกัน ขอบพระคุณมากครับ :)
ได้ bb Bold มาแล้วก็ยังไงล่ะ !?!?
ผมว่าชีวิตผมเปลี่ยนไปหลายๆ อย่าง บอกไม่ถูกว่าดีขึ้นหรือแย่ลง แต่คิดว่าก็คงดี เพราะประการแรกที่เห็นได้ชัดคือ เชิ่ดได้ เพราะมี bb เป็นใบเบิกทางความเก๋เท่ไม่ซ้ำแบบใคร (แต่ซ้ำกับทุกคนที่อยู่รอบตัว) จนมีคำพูดที่ว่า เดี๋ยวนี้เวลาจะจีบกัน เขาไม่ขอเบอร์โทรศัพท์แล้ว แต่จะขอ pin แทน ข้อต่อมา คือทำให้ผมเข้าใจชีวิตของสังคมเมืองใหญ่ๆ ที่ต่างคนต่างอยู่ ต่างไม่คุยกัน เอาแต่พิมพ์ๆๆๆๆ และก็พิมพ์ อาทิ เมืองโตเกียว
และก็ไอ้เรื่องพิมพ์นี่แหละ ปัญหาใหญ่ของชีวิต ทุกคนบอกว่าพิมพ์อักษรง่ายกว่าแบบปุ้มตัวเลขนัก สำหรับผมแล้วไม่เลย ต้องมานับหนึ่งใหม่ หลายคนบอกว่า มันก็เรียงตามแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ แต่สำหรับคนไม่ได้เรียนพิมพ์ดีดมามันก็ไม่ง่ายนะ เวลาจิ้มก็ต้องมองดูแป้นว่าตรงปุ้มหรือยัง นิ้วก็ใหญ่ กดทีนึงมักได้อักษรสองตัว คือแถมตัวข้างๆ มาให้ตลอด ป่านนี้แล้ว ครึ่งเดือน ก็ยังจิ้มผิดจิ้มถูก แต่เริ่มจิ้มได้เร็วขึ้น เพราะพยายามแชตบ่อยๆ แต่ก็ยังตะหงิดๆ อยู่ดีนะ
ข้อดีของความเป็น bb และเป็นจุดขายของเขามาตั้งแต่เริ่มแรกก็คือ push mail คือผูกเมล์งานออฟฟิตเข้ามาในมือถือเลย ก็จะรับ/ส่งอีเมล์ได้อย่างรวดเร็วและตลอดเวลา Blackberry Messenger หรือ bbm ก็เอาไว้เพื่อให้ติดต่อกันภายในองค์กรได้สะดวกขึ้น ดังนั้นสำหรับการทำงาน ที่เดี๋ยวนี้เริ่มติดต่อส่งอีเมล์กันมากขึ้น ก็เลยสะดวกในการทำงานข้างนอก เพราะเช็คเมล์ได้ทันที หรือจะคุยหรือฝากธุระให้ที่ออฟฟิต ก็ส่งข้อความผ่าน bbm ได้เลย
ทว่า... ปัจจุบันมีคนนำฟังก์ชั่นอีเมล์ และ bbm มาดัดแปลงใช้กับชีวิตในยุคแห่งการสื่อสารไร้สาย โดยผูกการแจ้งเตือนกับ fb เข้ากับ bb ทำให้อัพเดต fb ได้ตลอดเวลาและง่ายขึ้น (นิดนึง ในฐานะคนที่ใช้โนเกียมาก่อน) bbm ก็เอามาใช้แทน msn ติดต่อเพื่อนๆ ในลิสต์ได้ง่ายขึ้น (แต่ bbm เวอร์ชั่น 5 ก็ทำให้ติดต่อกันได้ยากขึ้นละ เพราะดีเลย์ตลอด) ทั้งทื่ใน bb ก็มี msn มาให้เช่นกัน กลายเป็นว่าทุกช่องทางการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตถูกยกมาไว้บน bb ก็เลยโดนใจวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่มีสังคมออนไลน์เป็นชีวิตที่สอง ชีวิตเราก็เลยจะห่างกันมากขึ้น แต่ก็ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น (รวมทั้งรู้จักคนแปลกหน้าได้ง่ายขึ้นด้วย)
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การแชต หรืออัพเดต fb บน bb ทำให้ได้เห็นพฤติกรรมแปลกๆ อย่างเวลาไปเที่ยวกลางคืน ก็จะเห็นภาพคนกำลังเต้น ควบคู่ไปกับคนกำลังแชต bb (บางคนก็เต้นไปด้วย) อย่างเมามัน และ/หรือ กำลังถ่ายรูปเพื่ออัพโหลตจาก bb สู่ fb หรือแม้แต่ตอนทานข้าว ก็จะคุยกันน้อยลง และเม้าท์คนโน้นนี้ผ่าน bbm แทน
มาคิดดู เสียค่า gprs unlimited สำหรับ bb เดือนละ 650 บาท ไม่รวมค่าโทร + non voice + VAT และอื่นๆ เพียงเพื่อให้ออนไลน์ได้ตลอดเวลา เพื่อเอามาแชต เอามาเล่น fb โดยเฉพาะวัยนักเรียน นักศึกษา เขาไม่ได้เอามาติดต่องานผ่านอีเมล์แน่นอน ก็เลยคิดว่า มันดูจะไร้สาระไปมั้ย? ผมก็ว่า ผมกำลังไร้สาระกับ bb เข้าแล้ว...
แต่การใช้ bb ก็ทำให้ได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่า อีกไม่ช้าไม่นาน การสื่อสารไร้สายจะยิ่งจำเป็นต่อชีวิตคนเรามากขึ้น โดยเฉพาะคนเมือง ดูง่ายๆ ก็คือเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือพัฒนาให้ใช้งานมัลติมีเดียได้มากและง่ายขึ้น จนกลายเป็นคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องย่อมๆ ไปแล้ว การเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย จึงจะยิ่งจำเป็นต่อการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น โดยไม่ได้บอกว่ามันจำเป็นต่อการใช้งานของเราท่านหรือไม่
ผลก็คืออนาคตค่าเน็ตไร้สายก็จะถูกลงและไวขึ้น ...จะสงสารก็แต่บ้านเราที่ 3G จะยังไม่มีโอกาสได้ใช้ในเร็วๆ นี้ ทั้งที่ตอนนี้ โลกเรากำลังเริ่มมองไปที่ 4G กันแล้ว
ที่แน่ๆ ก็จะยิ่งทำให้เห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของประชากรมากขึ้นๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปในที่สุด
สรุป การใช้ bb ก็เหมือนกับการใช้ iPod ฟังเพลง ถามว่ายี่ห้ออื่นฟังก์ชั่นเลิศกว่ามั้ย ก็เลิศกว่า แต่คนก็ใช้ iPod เพราะเก๋ ดังนั้นหากตัด bb ออกจากชีวิต ผมก็อยู่เย็นเป็นสุขเหมือนเดิม เพราะเอาเข้าจริงมือถือเครื่องอื่นๆ ก็ทำอะไรๆ ที่ bb ทำได้เช่นกัน (แถมบางทีจะดีกว่าด้วยซ้ำ) ...แต่ก็ไม่ได้แย่ถ้าจะใช้ bb เช่นกัน (เพราะผมก็ใช้ iPod) เพราะตอนนี้มันเก๋ เหมือนมีจตุคาม :)