เพลง: รักยาก ลืมยาก
ขับร้อง: เบล สุพล
อัลบั้ม: Sleepless Society 3
ที่ทุกคืนเป็นเช่นนี้ ต้องมานอนก่ายหน้าผาก
เกิดจากอะไรนะหรือ รู้ดีอยู่แก่ใจ
ทั้งๆที่จบไปนานแล้ว เลิกไปนานแล้วยังไม่ห้ามใจ
ยังคิดถึงเธอ คิดให้ปวดใจ
ไม่มีใครทำร้าย ให้ใจสลาย ทุกอย่างเกิดเพราะฉันเอง
ไม่มีใครข่มเหง ให้เจ็บให้เป็นอย่างนี้
เพราะฉันมันโง่เอง..ที่ยังรักเธอ
โง่เอง..ที่ยังฝังใจ
ไม่เคยทำใจ ไปจำอะไรที่ควรจะลืม
เพราะฉันลืมยากเอง..
จะไปโทษใคร ยากเอง..ที่จะรักใคร
เลยต้องเดียวดาย หลับตาไม่ลงอย่างนี้
เพราะเป็นคนแบบนี้ นิสัยไม่ดีแบบนี้ ถึงรักใครไม่ได้เลย
ทั้งที่ตัวเองก็รู้ ไม่มีทางจะเริ่มใหม่
อย่ามัวไปคอยอะไร ที่เลือนลางอย่างนี้
เลิกบ้าเลิกอยู่กับความหลัง หยุดเถอะพอแล้วใจ พอสักที
อย่าไปรักเธอ รักให้เหนื่อยหัวใจ
ไม่มีใครทำร้าย ให้ใจสลาย ทุกอย่างเกิดเพราะฉันเอง
ไม่มีใครข่มเหง ให้เจ็บให้เป็นอย่างนี้
เพราะฉันมันโง่เอง..ที่ยังรักเธอ
โง่เอง..ที่ยังฝังใจ
ไม่เคยทำใจ ไปจำอะไรที่ควรจะลืม
เพราะฉันลืมยากเอง..
จะไปโทษใคร ยากเอง..ที่จะรักใคร
เลยต้องเดียวดาย หลับตาไม่ลงอย่างนี้
เพราะเป็นคนแบบนี้ นิสัยไม่ดีแบบนี้ ถึงรักใครไม่ได้เลย
---------------------------------------------
แว่วได้ยินเพลงนี้มานานมากละ ชอบทุกครั้งที่ได้ยิน แต่ก็ไม่ได้สนใจค้นหา
วันนี้นึกขึ้นได้เอง เลยลองหาเพลงนี้ ก็เพิ่งรู้ว่าอยู่ใน iTunes มานานนมเช่นกัน
ที่สำคัญเพิ่งหาเนื้อร้องมาอ่าน....โหยยยย!
ฆ่ากันให้ตายเลยดีกว่า!!
ไอ้หน้าโง่ !!! T_T
29 May 2009
27 May 2009
white crape และข้าวผัดรสเด็ด

มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมากมายเหลือเกิน กับความอร่อยของร้านอาหาร บนชั้น 1 อาคารมณียาเซ็นเตอร์ เพลินจิต กรุงเทพฯ
ร้านนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลออฟฟิตที่ผมทำงานอยู่ และเป็นร้านเจ้าประจำของคนที่ออฟฟิต และอีกหลายๆ คนที่ทำงานอยู่ในตึกนั้น แต่ความไม่ธรรมดา มาจากกระแสปากต่อปาก ร่ำลือกันจากเพื่อนฝูงของคนในออฟฟิต ลุกลามไปเป็นไฟท่วมทุ่ง ถึงความเด็ดของ 'ข้าวผัดปลาทู'
White Crape เริ่มแรกก็ขายเครป ชา กาแฟ และน้ำผลไม้ปั่น ตั้งอยู่ติดกับบันไดเลื่อนโบราณของอาคารมณียา แต่ขายแค่เครปนี้ดูท่าจะเงียบเหงาไปหน่อย ก็เลยเพิ่มเมนูอาหารกลางวันแบบง่ายๆ นิดๆ หน่อยๆ แต่บงเอิญว่าเด็ด ก็เลยเพิ่มเมนูอาหาร และขยายเวลาจำหน่ายอาหารไปจนถึงเย็น

อาหารมีทั้งแบบที่เป็นเมนูประจำ และแบบที่เป็นเมนูหมุนเวียนให้ตื่นเต้นเล่น เมื่อก่อนมีเส้นหมี่หมูย่าง ก็อร่อยใช้ได้ ตอนหลัง อยากสั่งอะไรก็มีให้แทบจะกลายเป็นอาหารตามสั่ง เอาเป็นว่าเท่าที่จำเมนูได้ ก็เป็นเมนูที่เหล่าเพื่อนฝูงทานเมื่อกลางวัน สุกี้แห้ง สปาเก็ตตีครีมซอส ข้าวต้มหมูสับ ยำอะไรสักอย่าง และเมนูของภาพบน 'ข้าวผ้ดพริกเผากุ้ง' (มีหมูด้วย) รสชาติออกหวานอมเผ็ดจากน้ำพริกเผา กลมกล่อมได้ที่ เคล้ากับแครอทหันแบบลูกเต๋า และคะน้าฝอย ก็ใช้ได้ แต่ถ้าหวังว่าจะเผ็ดนำ ก็เสียใจด้วย
เมนูเด็ดที่เป็นที่กล่าวขวัญของคนในวงการ แบบที่ละปากสองปาก คือ 'ข้าวผัดปลาทู' กลายเป็นเมนูประจำของผมไปแล้ว มีให้เลือกแบบข้าวขาวและข้าวกล้อง เคล้ากันอย่างลงตัวกับเนื้อปลาทูแบบไม่อั้น! (ไม่ใช่เนื้อปลาทูทั้งตัว แต่ก็เยอะมากล่ะฟระ) ตามด้วยผักกะหล่ำหั่นฝอยเยอะแยะ หอมแดง และต้นหอมซอย เพิ่มความแซ๊บด้วยพริกขี้หนูฝอยและพริกชี้ฟ้าแห้ง สำหรับคนชอบรสจัดจ้าน (แต่ไม่ใชเผ็ดจัดจ้านนะ) ก็ต้องเลิฟจานนี้ สำหรับผมก็ต้องเขี่ยพริกออก บีบมะนาวฝานที่เขาจัดมาในจาน หรือเติมพริกขี้หนูจากพริกน้ำปลาก็แล้วแต่ความชอบ ที่นี่ข้าวผัด หรืออาหารจานแห้ง เขาจะจัดมาพร้อมน้ำซุปถ้วยเล็กๆ ยกซดทุกที และแน่นอน ทานหมดเกลี้ยงจานทุกครั้ง ไม่เหลือข้าวสักเม็ด เว้นไว้ก็แต่พริกทั้งสองสปีชี่ส์ ชอบแต่ก็ไม่ทานทุกมื้อ เพราะดูจะขี้เกียจเดินไปหาไรทานแถวนี้ไปนิดนึงนะ
26 May 2009
โมโหมาก
เมื่อวานมีเรื่องให้โมโหมากถึงมากที่สุด
เคยมั้ยครับที่ถูกเอาเปรียบแบบแย่ๆ ปกติไม่ค่อยจะเป็นคนโวยวายอะไรคนอื่นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แต่คราวนี้ เดินไปแหกกลางร้าน เพราะอะไรหรอครับ จะเล่าให้ฟัง
เมื่อวานกลางวัน ไปทานข้าวกับน้องที่สนิทสนมกัน เพราะเขาเอาของเล่นมาฝาก เลือกทานข้าวกลางวันที่ ฟู้ดลอฟต์ เซ็นทรัล ชิดลม ปกติก็จะทานเฝอเนื้อเป็นเมนูประจำ แต่วันนี้ อยากทานอย่างอื่นบ้าง ก็ด้อมๆ มองๆ เห็น เส้นหมี่ผัดเป็ดย่าง ของร้านอาหารจีนที่เขาทำโชว์ไว้ดูน่าทานดี ราคาจานละ 120 บาท ก็เลยสั่ง "อีก 7 นาทีให้พนักงานมารับได้ครับ" พนักงานร้านอาหารผู้รับออเดอร์บอกผม แต่ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยเดินวนไปมา เผื่อมีอะไรน่ากินอีก ระหว่างนั้นก็มีคนแวะเวียนมาแล้วก็สั่งเมนูเดียวกับผม ประมาณ 2-3 คน จากนั้นผมก็ไปนั่งประจำที่
ให้บัตรรับอาหารแก่พนักงาน เพื่อไปรับเส้นหมี่ผัดเป็ดย่างที่สั่งไว้ สักครู่พนักงานเดินกลับมาพร้อมจานอาหาร เห็นหน้าค่าตาก็ดูงงๆ เพราะไหงมีแต่เส้นเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่คิดมาก เพราะของจริงกับของที่เขาทำเป็นตัวอย่างมักไม่เหมือนกัน
ผมมีนิสัยเหมือนเด็กๆ คือชอบทานเส้นก่อนทานเครื่อง ยิ่งเห็นเส้นเยอะแยะก็เลยขอจัดการเส้นไปบางให้ปริมาณเส้นกับเนื้อเป็ดมันดูสมดุลกันบ้าง สักพักก็รู้สึกเอ๊ะใจกับอะไรบางอย่าง เพราะเส้นหมี่เริ่มพร่อง
ได้เห็นโฉมของเครื่องที่เขาใส่มาให้ในจาน เส้นหมี่ผัดเป็ดย่าง แทบช้อก พร้อมสะกิดน้องให้มาดูในความ 'มักง่าย' เพราะในจานนั้น มีเส้นหมี่กองโต เห็ดหอมหั่นเป็นเส้นๆ จำนวนหนึ่ง ประมาณ 5-7 ชิ้น ความหนาประมาณชิ้นละ 5 มิลลิเมตร ความยาวก็เท่ากับเห็ดหอมขนาดปกติ แต่ไอ้จุดขายของอาหารจานนี้น่ะสิ เป็นย่างเป็นเส้น ความหนาราวชิ้นละ 5 มิลลิเมตร ความยาวประมาณ 3 เซ็นติเมตร จำนวน 3 ชิ้น!!!!!
ไม่ได้อ่านผิดครับ 3 ชิ้นเท่านั้น! ลืมบอกไปว่าผมเป็นคนที่จะค่อยๆ โมโห ไม่ใช่แหกปากทันทีทันใด ตอนนั้นรู้สึกว่า ทานมาครึ่งจานแล้ว คงไปเรียกร้องขอคืนคงไม่ดี ก็จำใจทานไป แต่ในใจก็เริ่มคิดว่า ทำไมผมต้องโดนเอาเปรียบขนาดนี้ แล้วจะไม่ทำอะไรบ้างเลยหรอ ทานหมดจานก็พอดีความโมโหก็ถึงขีดสุดพอดี (แย่เนอะ) เลยขอเดินไปบอกให้เขารู้ ไปถึงร้าน ก็ไปถามพนักงานรับออเดอร์ร้านอาหารจีน ถามเขาว่า เส้นหมี่ผัดเป็ดย่างนี่ ทำรวมกันหลายๆ ออเดอร์ในครั้งเดียวหรือไม่ เพราะเมื่อครู่ หลังจากที่ผมออร์เดอร์ไป ก็มีคนออเดอร์ตามอีกสองสามราย พนักงานคนนั้นตอบว่า (ไม่รู้เพราะตกใจหรือเปล่า ที่จู่ๆ มีใครโพล่งคำถามนี้ แต่คำตอบเด็ดกว่า) "ไม่นะครับ"
เท่านั้นแหละ สติก็หลุดผึง บอกไปว่า ถ้าไม่ทำรวมกันทีเดียว แล้วเส้นหมี่ที่ผมสั่งไป มีเป็ดย่างแค่ 3 ชิ้นเท่านั้นหรือ พนักงานก็ทำเสียงงงๆ ถามผมว่า "เป็ดเส้นน่ะหรอครับ"... "ก็ใช่น่ะสิ จานนึงมีแค่สามชิ้นหรืองัย" ผมตอบเสียงดัง "ถ้าเช่นนั้นผมทำให้ใหม่ครับ" พนักงานบอก "ไม่ต้อง เพราะผมสังเกตเห็นตอนทานไปบ้างแล้ว" ผมตอบ "ถ้างั้นผมไม่คิดเงินจานนี้ละกันครับ" พนักงานแก้ปัญหาให้ผม "ไม่ต้องครับ ผมจ่ายให้ได้ แต่จะบอกให้ร้านคุณทราบว่า คุณขายของอย่างนี้ได้ไม่ได้ อาหารจานนี้ราคาจานละ 120 บาทนะครับ ไม่ใช่จานละ 10 -20 บาท หวังว่าคงไม่มีอะไรแบบนี้อีก" แหกปากเสร็จ ก็เพิ่งรู้ตัวว่าคนมองกันเต็มเลย (หุหุ) - ไม่แคร์! เสียดายที่คราวนี้ลืมถ่ายรูปเส้นหมี่จากนั้นมาให้ชม เพราะมัวแต่โมโห แต่ที่เอามาเล่าให้ทราบนี้ ไม่ได้ให้ไปแอนตี้ฟู้ด ลอฟต์ นะครับ (จริงๆ ร้านอาหารจีนร้านนี้ขายแพงมาตลอดอยู่ละ) แค่อยากให้คุณผู้อ่านได้ทราบไว้ และต้องคอยสังเกตดูว่าร้านอาหารร้านนี้จะยังทำแบบที่ทำกับผมอีกหรือเปล่า เพราะผมว่าผมแหกปากเสียงดังไปแล้ว ถ้าเขายังไม่ปรับปรุงอะไรเลย แถมยังดื้อจะทำอาหารแบบมักง่าย ผัดหมี่แบบเหมาเข่ง ที่ทำออกมาได้หลายจาน แต่ราคาจานละ 120 บาท มันเหมือนผัดหมี่ร้านอาหารข้างทาง ทั้งที่ฟู้ดลอฟต์ เขาได้ชื่อว่าเป็นฟู้ดคอร์ตฉบับสุดหรู แต่ถ้ายังมีร้านอาหารที่ทำอาหารให้ลูกค้าทานแบบนี้ หรือยังทำอะไรมักง่ายแบบนี้ต่อไป ก็ขอความกรุณาทางห้างเซ็นทรัล ช่วยย้ายร้านอาหารจีนร้านนี้ออกไปขายข้างถนนจะดีกว่า อย่าให้ลูกค้าเขาเสียความรู้สึกไปกับทั้งฟู้ด ลอฟต์ ปลาตายตัวเดียวแต่เหม็นไปทั้งคอก
บอกได้คำเดียวว่า 'อุบาทว์!'
เคยมั้ยครับที่ถูกเอาเปรียบแบบแย่ๆ ปกติไม่ค่อยจะเป็นคนโวยวายอะไรคนอื่นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แต่คราวนี้ เดินไปแหกกลางร้าน เพราะอะไรหรอครับ จะเล่าให้ฟัง
เมื่อวานกลางวัน ไปทานข้าวกับน้องที่สนิทสนมกัน เพราะเขาเอาของเล่นมาฝาก เลือกทานข้าวกลางวันที่ ฟู้ดลอฟต์ เซ็นทรัล ชิดลม ปกติก็จะทานเฝอเนื้อเป็นเมนูประจำ แต่วันนี้ อยากทานอย่างอื่นบ้าง ก็ด้อมๆ มองๆ เห็น เส้นหมี่ผัดเป็ดย่าง ของร้านอาหารจีนที่เขาทำโชว์ไว้ดูน่าทานดี ราคาจานละ 120 บาท ก็เลยสั่ง "อีก 7 นาทีให้พนักงานมารับได้ครับ" พนักงานร้านอาหารผู้รับออเดอร์บอกผม แต่ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยเดินวนไปมา เผื่อมีอะไรน่ากินอีก ระหว่างนั้นก็มีคนแวะเวียนมาแล้วก็สั่งเมนูเดียวกับผม ประมาณ 2-3 คน จากนั้นผมก็ไปนั่งประจำที่
ให้บัตรรับอาหารแก่พนักงาน เพื่อไปรับเส้นหมี่ผัดเป็ดย่างที่สั่งไว้ สักครู่พนักงานเดินกลับมาพร้อมจานอาหาร เห็นหน้าค่าตาก็ดูงงๆ เพราะไหงมีแต่เส้นเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่คิดมาก เพราะของจริงกับของที่เขาทำเป็นตัวอย่างมักไม่เหมือนกัน
ผมมีนิสัยเหมือนเด็กๆ คือชอบทานเส้นก่อนทานเครื่อง ยิ่งเห็นเส้นเยอะแยะก็เลยขอจัดการเส้นไปบางให้ปริมาณเส้นกับเนื้อเป็ดมันดูสมดุลกันบ้าง สักพักก็รู้สึกเอ๊ะใจกับอะไรบางอย่าง เพราะเส้นหมี่เริ่มพร่อง
ได้เห็นโฉมของเครื่องที่เขาใส่มาให้ในจาน เส้นหมี่ผัดเป็ดย่าง แทบช้อก พร้อมสะกิดน้องให้มาดูในความ 'มักง่าย' เพราะในจานนั้น มีเส้นหมี่กองโต เห็ดหอมหั่นเป็นเส้นๆ จำนวนหนึ่ง ประมาณ 5-7 ชิ้น ความหนาประมาณชิ้นละ 5 มิลลิเมตร ความยาวก็เท่ากับเห็ดหอมขนาดปกติ แต่ไอ้จุดขายของอาหารจานนี้น่ะสิ เป็นย่างเป็นเส้น ความหนาราวชิ้นละ 5 มิลลิเมตร ความยาวประมาณ 3 เซ็นติเมตร จำนวน 3 ชิ้น!!!!!
ไม่ได้อ่านผิดครับ 3 ชิ้นเท่านั้น! ลืมบอกไปว่าผมเป็นคนที่จะค่อยๆ โมโห ไม่ใช่แหกปากทันทีทันใด ตอนนั้นรู้สึกว่า ทานมาครึ่งจานแล้ว คงไปเรียกร้องขอคืนคงไม่ดี ก็จำใจทานไป แต่ในใจก็เริ่มคิดว่า ทำไมผมต้องโดนเอาเปรียบขนาดนี้ แล้วจะไม่ทำอะไรบ้างเลยหรอ ทานหมดจานก็พอดีความโมโหก็ถึงขีดสุดพอดี (แย่เนอะ) เลยขอเดินไปบอกให้เขารู้ ไปถึงร้าน ก็ไปถามพนักงานรับออเดอร์ร้านอาหารจีน ถามเขาว่า เส้นหมี่ผัดเป็ดย่างนี่ ทำรวมกันหลายๆ ออเดอร์ในครั้งเดียวหรือไม่ เพราะเมื่อครู่ หลังจากที่ผมออร์เดอร์ไป ก็มีคนออเดอร์ตามอีกสองสามราย พนักงานคนนั้นตอบว่า (ไม่รู้เพราะตกใจหรือเปล่า ที่จู่ๆ มีใครโพล่งคำถามนี้ แต่คำตอบเด็ดกว่า) "ไม่นะครับ"
เท่านั้นแหละ สติก็หลุดผึง บอกไปว่า ถ้าไม่ทำรวมกันทีเดียว แล้วเส้นหมี่ที่ผมสั่งไป มีเป็ดย่างแค่ 3 ชิ้นเท่านั้นหรือ พนักงานก็ทำเสียงงงๆ ถามผมว่า "เป็ดเส้นน่ะหรอครับ"... "ก็ใช่น่ะสิ จานนึงมีแค่สามชิ้นหรืองัย" ผมตอบเสียงดัง "ถ้าเช่นนั้นผมทำให้ใหม่ครับ" พนักงานบอก "ไม่ต้อง เพราะผมสังเกตเห็นตอนทานไปบ้างแล้ว" ผมตอบ "ถ้างั้นผมไม่คิดเงินจานนี้ละกันครับ" พนักงานแก้ปัญหาให้ผม "ไม่ต้องครับ ผมจ่ายให้ได้ แต่จะบอกให้ร้านคุณทราบว่า คุณขายของอย่างนี้ได้ไม่ได้ อาหารจานนี้ราคาจานละ 120 บาทนะครับ ไม่ใช่จานละ 10 -20 บาท หวังว่าคงไม่มีอะไรแบบนี้อีก" แหกปากเสร็จ ก็เพิ่งรู้ตัวว่าคนมองกันเต็มเลย (หุหุ) - ไม่แคร์! เสียดายที่คราวนี้ลืมถ่ายรูปเส้นหมี่จากนั้นมาให้ชม เพราะมัวแต่โมโห แต่ที่เอามาเล่าให้ทราบนี้ ไม่ได้ให้ไปแอนตี้ฟู้ด ลอฟต์ นะครับ (จริงๆ ร้านอาหารจีนร้านนี้ขายแพงมาตลอดอยู่ละ) แค่อยากให้คุณผู้อ่านได้ทราบไว้ และต้องคอยสังเกตดูว่าร้านอาหารร้านนี้จะยังทำแบบที่ทำกับผมอีกหรือเปล่า เพราะผมว่าผมแหกปากเสียงดังไปแล้ว ถ้าเขายังไม่ปรับปรุงอะไรเลย แถมยังดื้อจะทำอาหารแบบมักง่าย ผัดหมี่แบบเหมาเข่ง ที่ทำออกมาได้หลายจาน แต่ราคาจานละ 120 บาท มันเหมือนผัดหมี่ร้านอาหารข้างทาง ทั้งที่ฟู้ดลอฟต์ เขาได้ชื่อว่าเป็นฟู้ดคอร์ตฉบับสุดหรู แต่ถ้ายังมีร้านอาหารที่ทำอาหารให้ลูกค้าทานแบบนี้ หรือยังทำอะไรมักง่ายแบบนี้ต่อไป ก็ขอความกรุณาทางห้างเซ็นทรัล ช่วยย้ายร้านอาหารจีนร้านนี้ออกไปขายข้างถนนจะดีกว่า อย่าให้ลูกค้าเขาเสียความรู้สึกไปกับทั้งฟู้ด ลอฟต์ ปลาตายตัวเดียวแต่เหม็นไปทั้งคอก
บอกได้คำเดียวว่า 'อุบาทว์!'
25 May 2009
อาหารบนเครื่องบิน
ถึงเวลาหม่ำกันละ เริ่มต้นด้วยการหม่ำบนเครื่องบิน คราวนี้นั่งชั้นบิซิเนส ของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก เครื่องเก่าได้ใจ เบาะนั่งไม่ต่างจากบิซิเนส การบินไทย รุ่นเก่าเช่นกัน ขาไปฮ่องกง คือมื้อเช้า อาหารก็เลยเช้าไปด้วย ดังรูปบน ประกอบไปด้วย ผลไม้ โยเกิร์ต ขนมปัง (เลือกครัวซองต์) และเมนครอส ที่เลือกไว้เป็นอาหารที่เชฟแนะนำ คือปลาเปรี้ยวหวาน (ที่ออกหวานจัด) ข้าวสวย และผักต่างๆ ก็ไม่เลว แต่ก็ไม่เลิศ ความต่างกันอีกอย่างของอาหารบิซิเนสคาเธ่ย์ และการบินไทยคือ เวลาเสริฟ์เมนครอส ของการบินไทย จะนำรายการอาหารมาให้เลือกว่าจะเอาอะไรดี ตอนเสิร์ฟ ก็จะประเคนมาให้ตามที่ขอ ซึ่งก็จะไม่รู้ว่าที่เหลือน่าตาน่ากินอย่างไร แต่คาเธ่ย์ จะเอาเมนูมาให้อ่านเฉยๆ ถึงเวลาก็จะเข็นรถ พร้อมอาหารทุกรายการมาทั้งเซ็ต เลือกตามสะดวกว่าอยากทานอะไร ซึ่งก็ดี เพราะได้เห็นจะจะ ว่าอะไรน่าหม่ำ แต่ที่ไม่ดีก็คือเหล่าแอร์ฯ มาพร้อมหน้ากากกันเชื้อโรคน่ะสิ แล้วไอ้อาหารที่วางหลาบนรถเข็นละ ...ก็ตัวใครตัวมัน
มื้อกลับกรุงเทพ ที่นั่งก็เก่าเยินอีกเช่นกัน อาหารเป็นอาหารค่ำ เพราะเครื่องออกตอนสี่ทุ่ม ก็มีสลัดผัก ขนมปัง (เลือกขนมปังกระเทียม) และเมนครอส ก็เลือกอาหารเชฟแนะนำอีกเช่นเคย คราวนี้มาเป็นอกไก่อบชิ้นโต ผัก และมันฝรั่งที่หน้าตาดูคล้ายข้าว อกไก่เนื้อนุ่มมากมาย เข้ากับน้ำซอสที่อยู่ข้างใต้ ที่ชอบคือหนังไก่บางและนุ่มเหนียว อร่อยอย่างแรง ตบท้ายด้วยไอศกรีม ฮาเก้นดาสท์ยัมมี่!!
23 May 2009
ไข้หวัดหมูในมนุษย์ (Human Swine Influenza)

เก็บตกจากทริปฮ่องกง ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอเอกสารนี้ ร่วมกับอีกหลายๆ ภาษา ฯ ที่สาธารณะกลางใจฮ่องกง แสดงให้เห็นว่าทางรัฐบาลฮ่องกงเอาจริงเอาจังกับโรคร้ายนี้ คงเพราะครั้งหนึ่งฮ่องกง เผชิญกับโรคซาร์ส และไข้หวัดนก จนทั้งเมืองแทบจะร้าง คราวนี้ก็ขอให้ไม่พลาดซ้ำสอง สาม สี่ ...
ที่ฮ่องกงพบเห็นคนสวมหน้ากากได้ทั่วไป อาจะไม่มาก แต่ก็เจอเรื่อยๆ ยิ่งสนามบิน และบนเครื่องบินก็สวมกันทั่วหน้า จนวิตกไปด้วยคน ส่วนบ้านเราก็... เอ่อ... จะบอกอย่างไรดี ที่ญี่ปุ่น เพียงวันแรกที่พบผู้ป่วยไข้หวัดหมูในโกเบ หลังวันที่ 2 พฤษภาคม ที่มีการแข่งวอลเลย์บอลระดับไฮสกูล จนวันนี้พบผู้ติดเชื้อแล้วถึง 279 (ตัวเลขเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม) ทั่วภูมิภาคคันไซ โดยมีศูนย์กลางที่โกเบ รวมทั้งโอซาก้า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดหมูรายแรกในโตเกียวเมื่อวานซีน ...ซึ่งก็คือมันระบาดไวมาก และที่ทราบจากข่าวก็คือ ระยะฟักตัวของเชื้อนี้คือประมาณหนึ่งอาทิตย์ ฉะนั้นเราจะไม่ทราบว่าติดเชื้อในระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งก็แพร่เชื้อไปไหนต่อไหน อย่างที่เกิดที่ญี่ปุ่นเวลานี้

เห็นว่าเอกสารที่เก็บมาจาก Centre for Helth Protection (http://www.chp.gov.hk/) ของทางการฮ่องกง เป็นประโยชน์ต่อชาวไทย จึงขออนุญาติลอกมาให้อ่านกัน
ไข้หวัดหมูในมนุษย์
ภูมิหลัง
มีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ A/H1N1 (ไข้หวัดหมู) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศเม็กซิโก และประเทศต่างๆ จำนวนมาก ไว้รัสไข้หวัดใหญ่หมูนี้ แต่เดิมเป็นที่ทราบกันดีว่า แพร่ระบาดในหมูและมีการแพร่เชื้อไปสู่มนุษย์บ้าง แต่ในเวลานี้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสไข้หวัดหมูไปทั่วโลก และเป็นการแพร่เชื้อจากมนุษย์ไปสู่มนุษย์ด้วยกันเอง
ลักษณะอาการ
อาการของไข้หวัดหมูในมนุษย์นั้นมักจะคล้ายกับอาการไข้หวัดใหญ่ธรรมดาในมนุษย์ที่ติดเชื้อตามฤดูกาล ซึ่งได้แก่ มีไข้ เซื่องซึม ไม่อยากอาหาร และไอ บางคนที่ติดเชื้อไข้หวัดหมูอาจมีอาการน้ำมูกไหล เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงร่วมด้วย
วิธีการติดต่อ
การติดเชื้อไข้หวัดหมูในมนุษย์สู่มนุษย์คาดว่าเกิดขึ้นในทำนองเดียวกับการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ที่แพร่ระบาดในหมู่ผู้คน นั่นคือ โดยหลักๆ แล้วเกิดจากการไอหรือจาม นอกจากนี้ผู้คนอาจได้รับเชื้อจากการสัมผัสวัตถุที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดปนเปื้อนอยู่ และจากนั้นไปสัมผัสกับจมูกปากของตน
ไม่มีรายงานว่ามีการติดเชื้อไข้หวัดหมูสู่คนผ่านการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อหมู หรือผลิตภัณฑ์จากหมูที่มีการจัดการและการปรุงสุกอย่างเหมาะสม การปรุงเนื้อหมูให้สุกภายในอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส (160 องศาฟาเรนไฮน์) ทำให้เชื้อไว้รัวไข้หวัดหมูตาย
การควบคุม
ผู้ที่เริ่มมีอาการไข้หวัดใหญ่ ควรสวมผ้าปิดปากและพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ผู้ที่ไปยังสถานที่ที่มีการติดเชื้อ หรือได้คลุกคลีกับผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงสถานที่ที่เคยเดินทางไป และประวัติการสัมผัสเชื้อ
ยาต้านไวรัสสามารถลดความรุนแรง และระยะเวลาของการเจ็บป่วยลงได้ แต่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์ 'จะต้องไม่ซื้อยามาใช้เองโดยเด็ดขาด'

การป้องกัน
เนื่องจากไวรัสไช้หวัดหมูสายพันธุ์ H1N1 แตกต่างไปจากไวรัส H1N1 ในมนุษย์อย่างมาก วัคซีนสำหรับรักษาไข้หวัดธรรมดาในมนุษย์จึงไม่ให้การป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดหมูสายพันธุ์ H1N1 แต่อย่างใด
ประชาชนควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันล่วงหน้าต่อไปนี้:
- รักษาความสะอาดมือ และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ การใช้น้ำยาเช็ดมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ก็ได้ผลเช่นกัน
ในยามที่มือปนเปื้อนกับสิ่งสกปรกที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ควรจะ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสปาก จมูก หรือตา
- ล้างมือด้วยสบู่เหลวโดยทันทีหากมือปนเปื้อนสารคิดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ เช่นหลังจากจามหรือไอ
- ปิดจมูกหรือปากเมื่อจามหรือไอ
- ไม่ถมน้ำลาย และใช้กระดาษทิชชู่ปิดจมูกและปากก่อนบ้วนน้ำลาย และทิ้งกระดาษทิชชู่ลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด
- สวมผ้าปิดปากเมื่อมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ หรือเริ่มมีไข้ แล้วไปพบแพทย์โดยทันที
- ไม่ไปทำงาน หรือโรงเรียน หากคุณมีอาการคล้ายไข้หวัด
หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการติดเชื้อ ยกเว้นถ้ามีความจำเป็นจริงๆ ซึ่งหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรจะ
- ในระหว่างการเดินทาง - สวมผ้าปิดปาก และไม่สัมผัสกับผู้ป่วย
- หลังจากกลับมาจากการเดินทาง - ใส่ในใจสุขภาพของตนเองอย่างใกล้ชิด และสวมผ้าปิดปากเป็นเวลา 7 วัน และรีบปรึกษาแพทย์ในคลีนิคหรือโรงพยาบบาลของรัฐโดยทันที หากมีอาการคล้ายไข้หวัดปรากฏ
(ข้อมูลวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552)
ติดตามสถานการณ์ข่าวคืบหน้าของไข้หวัดหมูของกระทรวงสาธารณสุข ได้ที่ http://beid.ddc.moph.go.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=419303&Itemid=199
Subscribe to:
Posts (Atom)