04 March 2014

บันทึกหลังวันเปิดกรุงเทพ

เมื่อวานคือการสิ้นสุดการ #ปิดกรุงเทพ ที่ต้องบอกว่า "กปปส.ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง" เนื่องจากเป้าหมายคือการบีบให้นายกรัฐมนตรีลาออก เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป รวมทั้งการปฏิรูปก็จะต้องเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง 

ตลอดเวลาเดือนครึ่งของการปิดกรุงเทพ แม้กปปส.อาจมีส่วนทำให้รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารงาน แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ลาออกตามวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ ในระหว่างการปิดกรุงเทพก็ยังเกิดการเลือกตั้งขึ้นได้ (แม้จะมีการเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ตาม - และส่วนตัวก็มองว่า การที่หลายคนหยิบเอาเรื่องการเลือกตั้งผ่านมาครบ 30 วันมาเป็นประเด็นการรักษาการของรัฐบาล ก็เท่ากับยอมรับว่ามีการเลิอกตั้ง)

นอกจากการปิดกรุงเทพจะไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์โดยสิ้นเชิง ยังทำให้เกิดความสูญเสียทั้งทางร่างกาย ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจ ทั้งยังเติมเชื้อความขัดแย้งให้แกสังคม (จากทั้งสองฝ่ายที่ขัดแย้งกัน) ทั้งหมดคือความจริงที่ต้องยอมรับ

ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองถามตัวเองดูสิว่า เราได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จากการ "ปิดกรุงเทพ" และแน่หรือที่เราพบทางออกที่แท้จริงของประเทศไทย จากนั้นค่อยๆ คิดหาคำตอบที่แท้จริง ที่ไม่ได้เอนเอียงใปตามความรู้สึก

นี่ไม่ต้องพูดถึงความรับผิดชอบที่ผู้ก่อกิจกรรมควรแสดงความรับผิดชอบในความล้มเหลวที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีแน่นอน เนื่องจากแกนนำก็ประกาศชัดแล้วว่า ที่เลิกการปิดกรุงเทพนั้นเพราะประสบความสำเร็จแล้ว ?!?!

เราควรจำไว้อีกครั้งหนึ่งว่า การกระทำการด้วยการปิดล้อม นับตั้งแต่ พมธ.ปิดทำเนียบและสนามบิน จนถึง นปช.ปิดราชประสงค์ และล่าสุด กปปส.ปิดกรุงเทพ ก็ล้วนไม่เกิดประโยชน์ หรือทำให้บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้เลย

การชุมนุม หรือความต้องการปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้นของ กปปส. หรือแม้แต่การต่อต้านเผด็จการของ นปช.ล้วนเป็นความคิดที่ดีต่อประเทศทั้งสิ้น (ถ้าไม่มีอะไรแอบแฝง) แต่ก็อย่าลืมว่าเรามีวิธีเรียกร้อง และปฏิรูปในอีกหลายช่องทาง โดยเฉพาะช่องทางที่เป็นไปตามกติกา ที่ผมเชื่อว่าแกนนำทุกท่านก็รู้อยู่แก่ใจ

จะยอมใหัใครคนใด หรือกลุ่มใด ปลุกระดมคนในบ้านให้ลุกขึ้นมาทำลายบ้านตัวเองอีกงั้นหรือ...

No comments: